ข่าวสาร

messageImage_1612951454554

รู้ไว้ได้เปรียบ !!! สรุป 10 เทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคในทศวรรษนี้

รู้ไว้ได้เปรียบ !!! สรุป 10 เทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคในทศวรรษนี้

ถ้าให้เลือกระหว่างปัจจุบันดีมากกับอนาคตเดาไม่ได้เลย กับ ปัจจุบันเหนื่อยหน่อย แต่อนาคตดีแน่ คุณจะเลือกอะไร? ความสำเร็จของธุรกิจในวันนี้ไม่สามารถรับประกันในได้เลยว่าในอนาคตธุรกิจคุณจะรุ้ง การละเลยอนาคตจะทำให้เราไม่เห็นโอกาสและภัยคุกคาม การไม่มองอนาคต คือการตั้งอยู่ในความประมาท

ฉะนั่นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้คุณต้องมองไปที่อนาคตและจับทางแนวโน้มของโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคให้ถูก เพราะผู้บริโภคคือแหล่งรายได้ของเรา วันนี้ผมจะมาแชร์ 10 เทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคแห่งทศวรรษนี้เพื่อคุณจะได้เตรียมตัวและนำไปปรับเปลี่ยนและต่อยอดในธุรกิจของคุณต่อไป

  1. การเคลื่อนไหวของแบรนด์เพิ่มเติม (More Brand Activism)

ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ผู้บริโภคใส่ใจและให้ความสำคัญกับการกระทำของบริษัทต่างๆมากขึ้น และพวกเขามีความต้องการที่จะเห็นผลงานของบริษัทต่างๆ และพร้อมที่จะสนับสนุนบริษัทที่ใส่ใจให้ความสำคัญกับสังคม ชุมชน พนักงาน และลูกค้าของบริษัท ฉะนั่นช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่บริษัทควรหันมาสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นเพื่อพิชิตใจผู้บริโภคในระยะยาว

  1. ความเป็นธรรมชาติและความสะดวกสบาย (Spontaneity and Convenience)

ผู้คนคิดถึงประสบการณ์ในกิจวัตรประจำวันปกติต่างๆก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19  อย่างเช่น การไปจ่ายตลาด การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม การได้ไปกินอาหารนอกบ้าน การได้เดินทางไปทำงานและส่งเด็กๆไปโรงเรียน และอื่นๆอีกมากมาย ผู้คนทั่วโลกโหยหาประสบการณ์เหล่านี้ในช่วงนี้ปี นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจจากนักวิจัยสังเกตเห็นว่า ผู้บริโภคที่อายุน้อยชอบการมีปฏิสัมพันธ์หรือทำธุรกรรมแบบออนไลน์ ในขณะที่ 68% ของผู้บริโภคที่มีอายุมากกว่า 60 ปีชอบพูดคุยกับตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้าที่เป็นมนุษย์

  1. เปิดโล่ง (Open Air)

Euromonitor ชี้แจงว่า แม้ว่าหลังจากผ่านช่วงวิกฤตโควิด-19 ไปแล้ว ผู้คนทั่วโลกบางส่วนจะเริ่มรู้สึกคุ้นเคยและชินกับพฤติกรรม new normal ต่างๆแล้ว แต่ผู้คนก็ยังคงปรารถนาที่จะทำกิจกรรมต่างๆในที่โล่งแจ้ง หรือร่วมงานกิจกรรมทางสังคมต่างๆอย่างที่เคยเป็น และต้องการที่จะไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจในที่ต่างๆเหมือนเดิมอยู่ดี แสดงว่าธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมจะฟื้นตัวเมื่อเราสามารถผ่านช่วงเวลานี้ไปได้

  1. โลกทางกายภาพและดิจิทัล (Physical and Digital Worlds)

โลกทางกายภาพและโลกดิจิทัลกำลังเป็นเรื่องเดียวกัน ผู้คนปรับตัวใน new normal ได้ดีมากจนคิดว่ามันคือเรื่องปกติ แม้หลังจากวิกฤตไปแล้ว ผู้คนก็จะยังคงใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมเป็น new normal อยู่ดี เช่น การสื่อสารแบบเห็นหน้า (video call) ไม่ว่าจะทางเครื่องมือสื่อสารใดๆก็ตาม เด็กยุคใหม่ก็จะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติ เพราะคนส่วนใหญ่กำลังผสานระหว่างโลกทางกายภาพและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน ซึ่งทำให้ผมนึกถึงหนังที่ชื่อว่า ready to player one ซึ่งทุกวันนี้ผู้คนบางกลุ่มใช้เวลาชีวิตตัวเองในโลก

ดิจิทัลมากว่าในโลกทางกายภาพเสียอีก

  1. กำหนดการใหม่ (New Schedules)

เพื่อตอบโจทย์ยุคสมัยใหม่ เนื่องจากผู้คนต้องอยู่บ้านมากขึ้น ใช้ชีวิตส่วนตัว งาน และครอบครัวทั้งหมดเกิดขึ้นในบ้านมากขึ้น จึงเกิดวัฒนธรรมเรื่องตารางเวลาใหม่ที่ยืดหยุ่น จะเลือกทำงาน เรียน หรือพักเบรคตอนไหนก็สะดวก Euromonitor คาดการณ์ว่าผู้บริโภคจะต้องการวัฒนธรรมการบริการตลอด 24 ชั่วโมงมากขึ้น และหมวดธุรกิจที่มีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้นคืออีคอมเมิร์ซและบริการจัดส่ง

  1. แก้แค้นการใช้จ่าย (Revenge Spending)

ประชาชนบางส่วนไม่พอใจกับและไม่ไว้วางใจผู้นำประเทศหรือรัฐบาลของตัวเอง เนื่องจากไม่สามารถควบคุมโรคระบาด และปล่อยให้สถานการณ์แย่ขนาดนี้ รัฐบาลส่วนใหญ่ใช้มาตรการให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน มันจึงเกิดความไม่พอใจสะสมในตัวผู้บริโภค และวิธีการแก้แค้นคืนที่ประชาชนทำได้คือ ‘การช้อปประชดวิกฤต’ เพราะบางทีพวกเขาอาจมีเงินเก็บไว้ไปเที่ยวต่างประเทศหรือไว้ใช้อะไรก็แล้วแต่ พอโรคระบาดทำให้ไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวหรือไปร่วมกิจกรรมต่างๆ ทำให้มีเงินเหลือใช้ ซึ่งหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นก็คือ สินค้าฟุ่มเฟือยราคาไม่แพง เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารสำเร็จรูป และวิดีโอเกม

  1. ความพิถีพิถันอย่างรอบคอบ (Thoughtful Frugality)

ในอีกมุมมองหนึ่ง จะมีประชาชนบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดนี้อยู่ไม่น้อย เช่น คนที่ตกงานหรือกระทบจากภาวะถดถอยเศรษฐกิจ ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่กล้าใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น และจะสำรองไว้ใช้จ่ายกับสิ่งที่จำเป็นแทนเท่านั้น แนวโน้มการใช้จ่ายในหมวดสินค้าตลาดพรีเมียมจึงลดลง 

  1. ความหลงใหลในความปลอดภัย (Safety Obsession)

ทุกวันนี้แนวโน้มการให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยจัดว่าเป็นสิ่งแรกๆที่ทุกคนนึกถึง เราจะเห็นได้จากพฤติกรรมที่ทุกคนต้องปรับตัวนั้นคือ การล้างมือบ่อยๆและการสวมหน้ากากอนามัย สิ่งเหล่านี้กลายเป็นนิสัยปกติไปแล้ว รวมถึงการชำระเงินแบบผ่านแอปพิเคชั่นโดยไม่ต้องใช้การสัมผัสกับเงินอีกด้วย จากที่กล่าวมาโรคระบาดทำให้ผู้บริโภคตระหนักเรื่องความปลอดภัยของสินค้าและบริการต่างๆมากขึ้น 

  1. การตระหนักรู้ในตนเองมากขึ้น (Greater Self-Awareness)

แนวโน้มนี้เป็นผลข้างเคียงที่ดีจากโรคระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างเห็นได้ชัด ผู้คนทั่วโลกถูกบังคับให้อยู่กับตัวเองและมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้นซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการทดสอบทางจริงใจที่ค่อนข้างท้าทาย นอกเหนือจากนี้ทุกคนตระหนักกับสถานะสุขภาพของร่างกายตัวเองมากขึ้น วิกฤตนี้ทำให้คนกลัวตายมากขึ้น คนเลยใส่ใจหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นด้วย แนวโน้มนี้ส่งผลให้ยอดขายทั่วโลกหมวดอาหารเสริม ของเล่น งานอดิเรก เครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬา และความสะดวกสบายแบบย้อนยุค เช่น ขนมในวัยเด็ก คาดว่าจะเพิ่มขึ้น

  1. การทำงานจากที่บ้าน (Working From Home)

จริงๆแล้วแนวโน้มการทำงานจากที่บ้านกำลังเพิ่มสูงขึ้นแล้วก่อนที่จะเกิดโรคระบาด แต่มาตรการกีดกันทางสังคม (Social Distancing) เมื่อปีที่แล้วทำให้แนวโน้มนี้กลายเป็นจริงและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าสถานการณ์โรคระบาดจะดีขึ้นแล้ว แต่คาดว่าหลายคนก็ยังคงทำงานที่บ้านอยู่ต่อไปเช่นเดิม ซึ่งแนวโน้มนี้มีผลกระทบต่อหลายๆปัจจัยในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้านำผม การแต่งตัวไปทำงาน การเดินทาง ประเภทอาหารการกิน และเทคโนโลยี่ที่ใช้ในแต่ละวัน

ถ้าคุณอยากอยู่รอด คุณจะต้องจับทางเทรนด์ให้ถูกแล้วพร้อมที่จะปรับตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าคุณอยากประสบการณ์สำเร็จในธุรกิจ คุณจะต้องเข้าใจ คาดการณ์ และสร้างเทรนด์ให้ทุกคนตาม

https://www.bangkokpost.com/business/2053787/top-10-global-consumer-trends-for-2021

Share this post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Tag : #SurveyMarketThailand #Survey #Data #DataCollect #DataCollection #PrimaryResearch #FieldSurvey #เก็บแบบสอบถาม #รับจ้างเก็บแบบสอบถาม #วิจัยตลาด #รับทำแบบสัมภาษณ์ (In-deep Interview) #ทำFocus Group ระดับป.โทและดุษฎีนิพนธ์ #รับเก็บแบบสอบถาม (Questionaire) #หน่วยงานรัฐ #เอกชน #นักศึกษา #รับสำรวจตลาด #วิจัยตลาด #สอบถามข้อมูลร้านค้าหรือการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค #รับจัดEvent #แผนการตลาด #แผนธุรกิจ #กรุงเทพ #ต่างจังหวัด #รับคีย์ข้อมูล ทั้งในหน่วยงานรัฐและเอกชน #ห้างร้านต่างๆ #เก็บข้อมูลทางสถิติ ทางบัญชี #จัดทำระบบข้อมูลอย่างสมบูรณ์ #รับวิเคราะห์ #รับประมวลผล #ทางสถิติ ที่เป็นทั้ง #สถิติพื้นฐาน #หาค่าเฉลี่ย (mean) #หาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) #หาค่าเฉลี่ยสูงสุดต่ำสุด (Min-Max Variable) #รับทดสอบสมมติฐานทางสถิติ เช่น T-Test, Anova Correlation Regresstion หรืออื่นๆ #รับทดสอบความเชื่อมั่นและความเที่ยงตรงของแบบสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ เช่น #หาค่าความเที่ยงตรง (Validity) #ความเชื่อมั่น (Reliability) #ความยากง่าย (Difficulty) #อำนาจจำแนก (Discrimination) #ความเป็นปรนัย (Objectivity) #รับทำหรือใช้โปรแกรมทางสถิติอันได้แก่ โปรแกรม #รับทำ SPSS SAS Eview MINI-tab M-stat Endnote SAS Statt View Graph Prism ,โปรแกรม R, LISREL, Mathcad, MedCalc, MINITAB, MS-EXCEL, STATA, S-PLUS และอื่นๆ #รับทำ presentation  #รับทำ Powerpoint #SurveyMarketThailand #Survey #Data #DataCollect